การเลือกซื้อกล้อง DSLR
เมื่อคุณเริ่มถ่ายรูปไปซักระยะหนึ่ง แล้วค้นพบตัวเองว่าหลงใหลในศิลปะแขนงนี้ และต้องการพัฒนาฝีมือและเทคนิคการถ่ายภาพไปอีกระดับหนึ่ง
ถึงเวลาที่คุณจะเริ่มมองหากล้อง DSLR ซักตัวแล้วล่ะครับ
ตลาดกล้อง DSLR ตอนนี้กำลังมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคดิจิตอล เนื่องจากค่าใช้จ่ายเรื่องฟิล์มถูกตัดออกไป ทำให้ผู้คนสามารถจับต้องงานอดิเรกชิ้นนี้ได้มากขึ้น ผมยังจำได้ว่า ในช่วงที่ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย จะมีชมรมโฟโต้ ซึ่งเป็นชมรมที่เด็กบ้านนอกจนๆอย่างผม ไม่อาจเอื้อมครับ และผมยังเคยด่าเพื่อนที่กำลังคิดจะเล่นกล้องว่า จะเล่นไปทำไม อุปกรณ์ก็แสนแพง ไหนจะค่าฟิล์ม ค่าล้าง ค่าอัดภาพอีก แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นว่าผมกลายเป็นคนบ้าถ่ายรูปซะเอง อิอิ
กล้อง DSLR (Digital Single Lens Reflex) หมายถึงกล้องที่ใช้เลนส์ตัวเดียวกันในการมองภาพและถ่ายภาพ โดยมีกระจกทำหน้าที่สะท้อนภาพผ่านเลนส์เข้ามาสู่ช่องมองภาพ และเมื่อทำการกดชัตเตอร์ กระจกจะกระดกขึ้น เพื่อปล่อยให้แสงตกกระทบเซ็นเซอร์ เพื่อประมวลผลเป็นภาพต่อไป
กล้องประเภทนี้มีฟังก์ชั่นและลูกเล่นในการใช้งานมากมาย และที่สำคัญคือ “สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้” และมีอุปกรณ์เสริมมากมาย เช่น แฟลช, อุปกรณ์เสริมสำหรับถ่ายมาโคร, รีโมทคอนโทรล และอื่นๆ และยังมีอุปกรณ์เสริมที่สามารถแม้กระทั่งทำให้กล้องถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศน์ได้ (ลองกูเกิ้ลดูนะครับ)
อีกฟังก์ชั่นที่สำคัญคือ ความสามารถในการบันทึกภาพในรูปแบบ RAW ซึ่งเก็บบันทึกรายละเอียดต่างๆได้สมบูรณ์กว่ารูปแบบ JPEG (รายละเอียดจะกล่าวถึงในโอกาสหน้าครับ) ซึ่งจะทำให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมปรับแต่งภาพต่างๆได้เต็มที่อีกด้วยครับ
สำหรับผู้ที่เริ่มมองหากล้อง DSLR ดีๆซักตัว ในทางทฤษฎีแล้ว คุณควรจะซื้อกล้องจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง (ไม่ต้องบอก คุณคงรู้ว่ามียี่ห้ออะไรบ้าง) ที่สามารถตอบโจทย์พื้นฐานดังนี้ได้ครับ
- มีเลนส์ให้เลือกครอบคลุมทุกรูปแบบของการใช้งาน, มีแฟลชและอุปกรณ์เสริมรองรับครบถ้วน เพื่อที่ว่าเมื่อวันหนึ่งเมื่อคุณมีประสบการณ์มากขึ้น คุณจะได้ไม่ถูกจำกัดจากกล้องที่ไม่สามารถหาอุปกรณ์เสริมต่างๆได้
- กล้องจะต้องสามารถถ่ายได้ทั้งรูปแบบ JPEG และ RAW
- มีฟังก์ชั่นของกล้องครบครัน ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติแบบต่างๆ ไปจนถึงระบบแมนนวล ที่คุณสามารถกำหนด ความเร็วชัตเตอร์, รูรับแสง, ค่า White Balance, ISO และอื่นๆ ได้ด้วยตนเอง
- มีอุปกรณ์ปรับสายตาที่ช่องมองภาพ สำหรับผู้ถ่ายภาพที่มีสภาพสายตาที่ต่างกัน เช่น สายตาสั้น, สายตายาว จะสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน
- ความละเอียดของเซ็นเซอร์อย่างน้อย 10 ล้านพิกเซลขึ้นไป
- จอ LCD ขนาดใหญ่ เพื่อสามารถตรวจสอบภาพได้อย่างชัดเจน
- แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน
- สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB 2.0 ได้
- ใช้การ์ดแบบทั่วๆไปได้ คือ CF Card หรือ SD Card
- ทำงานกับระบบ EXIF ทำให้สามารถทำการพิมพ์แบบง่ายๆและรวดเร็วได้
เมื่อคุณตัดสินใจเลือกรุ่นที่ต้องการได้แล้ว อย่าลืมเช็คที่เว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิต เพื่อตรวจสอบดูว่าฟังก์ชั่นที่คุณต้องการนั้น มีอยู่จริงในกล้องรุ่นที่คุณเลือก เพราะกล้องดิจิตอลในยุคปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากครับ
http://www.dpreview.com ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกล้องและเลนส์รุ่นต่างๆมากมาย ดูได้ แต่อย่าไปยึดติดมากนะครับ อิอิ ขอให้มีความสุขกับการถ่ายรูปนะครับ

0 ความคิดเห็น: